สว.ทหารและความมั่นคง จี้ แม่ทัพภาคที่ 4 เอาผิด เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ที่ พัวพัน”กับ กลุ่มมือปืน ยิงถล่ม สส.นราธิวาส และให้ สอบข้อเท็จจริง การ ปฏิบัติการ ของ ฉก.นราธิวาส ที่สร้างความ หวาดระแวง ในพื้นที่

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา เลขานุการ และ โฆษก คณะกรรมาธิการทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้แถลงถึง สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ของ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ที่มีเหตุก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง ที่สร้างความสูญเสียให้กับ เจ้าหน้าที่ เช่นการ ถล่มยิง ปลัดฝ่ายความมั่นคง และ เจ้าหน้าที่ อบต. อ.จะแนะ การซุ่มโจมตี เจ้าหน้าที่ตำรวจ,ทหาร และ เผาเครื่องจักรกล บริษัทรับเหมาก่อสร้างใน อ.ระแงะ จ.นราธิวาส การยิง อส.ทพ.และ ชาวบ้าน ที่ อ. กระพ้อ จ.ปัตตานี การยิงผู้ใหญ่บ้าน และ พนักงานกู้ภัย ของ เทศบาลตำบลเตาะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งเกิดขึ้นใน สัปดาห์เดียว

รวมทั้งการคดีการใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม รถยนต์ของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส ที่ ตำรวจออกหมายจับ กลุ่มมือปืน 4 ราย และ จับได้ 2 ราย โดย 1 ใน 2 เป็น อดีต ร.ท.นาวิกโยธิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ ติดตามยึดรถที่ใช้ ก่อเหตุ ที่ถูกนำไปชำแหละและเตรียมทิ้งในแม่น้ำบางนรา เพื่อทำลายหลักฐาน รวมทั้งปืน เอ็ม 16 ที่ใช้ก่อเหตุ ก็มีการ ถอดชิ้นส่วน เพื่อทิ้งแม่น้ำ โดย รถยนต์ที่ มือปืนใช้เป็นพาหนะเป็นรถของ กอ.รมน. จ.นราธิวาส ส่วนปืนทั้ง 2 กระบอก อยู่ระหว่างการพิสูจน์หลักฐานว่าเป็นปืนในราชการหรือไม่ ซึ่งในขั้นต้น กอ.รมน.ชี้แจงว่า รถยนต์ของราชการ คันที่มือปืนใช้ก่อเหตุ อดีต ร.ท.นาวิกโยธิน ยืมไปใช้ โดยที่ ผู้รับผิดชอบไม่ทราบว่า มีการนำไปก่อเหตุในการยิงถล่ม สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ จนทำให้ พลขับ และ ตำรวจ ติดตาม บาดเจ็บสาหัส

นายไชยยงค์ กล่าวว่า การให้ข่าวว่า รถยนต์หลวง ของ กอ.รมน.จ.นราธิวาส ถูก คนร้าย ยืมไปใช้ เป็นเหตุผลที่ยังฟังไม่ขึ้น และมากเพียงพอในการ รับผิดชอบ ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว จึงขอให้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 แถลงความชัดเจนต่อ สาธารณชน ถึงรายละเอียดทั้งหมด เช่น หลังการให้ยืมรถยนต์ไปแล้ว และทราบว่ามีการนำรถไปก่อเหตุ มีการจับกุม กลุ่มมือปืน มีการแจ้งความหรือไม่ และ ผู้ให้ยืมกับ กลุ่มคนร้ายมีความเกี่ยวข้อกับคดีที่เกิดขึ้นหรือไม่ หรือมีการรอจน เจ้าหน้าที่ยึดรถที่ชำแหละได้แล้ว จึงออกมาชี้แจงว่า รถคันดังกล่าวถูกยืมไป เรื่องนี่เป็นเรื่องใหญ่ ที่สร้างความเสื่อมแก่ กอ.รมน. และสร้างความ เคลือบแคลง และไม่เชื่อมั่นต่อ ประชาชน ที่มีแต่ กอ.รมน. เพราะมีความรู้สึกว่า ทหาร ในพื้นที่ มีส่วนในเหตุร้ายต่างๆที่เกิดขึ้น

รวมทั้งให้ แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจสอบ และแถลงให้ประชาชนในสามจังหวัดได้ทราบถึงเรื่องที่ ฉก.นราธิวาส นำ เฮลิคอปเตอร์ ปืนกลอากาศ กราดยิงบริเวณเทือกเขาตะเว อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ที่ ทำให้ ทรัพย์สินของ ประชาชน ได้รับความเสียหาย และ ฉก.นราธิวาส รับว่าเป็น เฮลิคอปเตอร์ ของ ทหาร ที่บินค้นหา กองกำลังติดอาวุธ ที่ ซุ่มยิง อส.ทพ. เสียชีวิต แต่ไม่ได้ ใช้ปืนกลอากาศ ในการ ปฏิบัติการ แต่ ประชาชน มีภาพถ่าย ที่เป็นรอยกระสุน ที่ยิงถูกต้นยางพารา ได้รับความเสียหาย ซึ่งสามารถ พิสูจน์ได้ว่าเกิดการยิงทางอากาศหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ ได้สร้างความ ตื่นตระหนก ทำให้ประชาชนไม่กล้าเข้าไป ทำกิน ในพื้นที่ดังกล่าว เพราะไม่ทราบว่า จะมีเหตุการณ์ กราดยิง เกิดขึ้นอีกหรือไม่

เพราะในพื้นที่ ยังมี ปฏิบัติการ ของ กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น ต่อ เป้าหมาย ที่เป็น เจ้าหน้าที่รัฐ ทุกวัน การ ปฏิบัติการ ดังกล่าว เป็นการ ผลัก ประชาชน ให้เป็น แนวร่วม ของ บีอาร์เอ็น มากขึ้น และสร้างความ หวาดระแวง และ เชื่อใน ไอโอ ของ บีอาร์เอ็น ว่า เหตุการณ์ ในพื้นที่ เป็นการสร้างสถานการณ์ ของ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งการที่มีการ ประกาศ ปิดถนน ครั้งละ 7 วัน หลังมีการ วางระเบิดแสวงเครื่อง ที่ทำให้ ประชาชน ในพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อน ขอให้ ลดการ ปฏิบัติการ ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพียง 1-2 วัน เพื่อ ลดความเดือดร้อนกับ ประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ และผู้ที่ต้อง สัญจร ในเส้นทางดังกล่าว
สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ต้อง แสดงความรับผิดชอบ ในฐานะผู้นำหน่วย ที่ต้องแถลงข้อเท็จจริงต่อประชาชน และแนวทางในการแก้ปัญหา เพื่อนำความสงบมายังพื้นที่ของสามจังหวัดภาคแดนภาคใต้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีการ ประกาศ ให้พื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ปลอดภัย แบบมีแต่ นามธรรม แต่ ข้อเท็จจริง ไม่มีพื้นที่ ปลอดภัย แม้แต่พื้นที่เดียวไม่ได้ เพราะการ ประกาศพื้นที่ปลอดภัย โดยไม่มีที่ ปลอดภัย เป็นการ หลอกลวง ประชาชน สว. สายความมั่นคง กล่าวท้ายสุด
นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา